<a href="http://www.hitsteps.com/"><img src="//log.hitsteps.com/track.php?mode=img&amp;code=8f721af964334fa3416f2451caa98804" alt="web stats" width="1" height="1">website tracking software

ส่งเงิน -  เกี่ยวกับเรา -  ศูนย์ข่าว -  หยวนของจีนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในการค้ากับเมียนมา ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

หยวนของจีนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในการค้ากับเมียนมา ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

มีมาตรการป้องกันใดบ้างที่ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการพิมพ์เงินมากเกินไป — และความโปร่งใสในการรายงานงบดุลของธนาคารกลางเมียนมา (CBM) เป็นอย่างไร?

สำหรับธุรกิจส่งเงินข้ามพรมแดน การเข้าใจวินัยทางการเงินถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อส่งเงินไปยังประเทศที่ความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนการทำธุรกรรม ธนาคารกลางเมียนมา (CBM) ใช้มาตรการป้องกันหลายประการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการพิมพ์เงินมากเกินไป ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดอัตราส่วนเงินสงวนตามกฎหมาย แนวทางการกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ และข้อจำกัดเชิงกฎหมายต่อการให้เงินกู้โดยตรงแก่รัฐบาล

ความโปร่งใสยังคงเป็นประเด็นท้าทาย: แม้ว่า CBM จะเผยแพร่งบดุลรายไตรมาสและรายงานประจำปี แต่รายการสำคัญบางประการ—เช่น องค์ประกอบของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ หรือคุณภาพหลักประกันสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในการปล่อยกู้—มักถูกรวมรวมไว้หรือเปิดเผยล่าช้าอย่างมาก สิ่งนี้ทำให้การประเมินความเสี่ยงซับซ้อนยิ่งขึ้นสำหรับผู้ให้บริการส่งเงินที่ต้องพึ่งพาสภาพคล่องของจ๊าต (Kyat) ที่มั่นคงและอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารที่คาดการณ์ได้

ต่างจากธนาคารกลางคู่แข่ง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลทุนสำรองเงินตราต่างประเทศแบบเรียลไทม์และรายละเอียดโครงสร้างสินทรัพย์อย่างครบถ้วน รายงานของ CBM มีความล่าช้า 60–90 วัน และขาดการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบเชิงลึก สำหรับบริษัทส่งเงิน สิ่งนี้หมายความว่าจำเป็นต้องดำเนินการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น และต้องรักษากำไรขั้นต้น (margin buffers) ให้แน่นหนายิ่งขึ้นเมื่อกำหนดราคาการโอนเงินออกนอกประเทศ

การเสริมสร้างความโปร่งใสจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น ลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และลดภาระด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ผู้ประกอบการส่งเงินควรติดตามแถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงินของ CBM อย่างใกล้ชิด และนำเครื่องมือวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงมหภาคจากบุคคลที่สามมาผสานเข้ากับแบบจำลองการประเมินความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของตน—โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปฏิรูปภาคการเงินอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบของการปฏิรูปภาคการธนาคารในปี ค.ศ. 2012 ต่อการเปิดเสรีอัตราดอกเบี้ยของจัต (kyat) และแนวทางการปล่อยสินเชื่อคืออะไร?

การปฏิรูปภาคการธนาคารของเมียนมาในปี ค.ศ. 2012 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่การเปิดเสรีทางการเงิน ซึ่งมีอิทธิพลโดยตรงต่อการยกเลิกการควบคุมอัตราดอกเบี้ยของจัต (kyat) และแนวทางการปล่อยสินเชื่อ ทั้งนี้ ก่อนการปฏิรูป ธนาคารกลางเมียนมา (Central Bank of Myanmar: CBM) ควบคุมอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและสินเชื่ออย่างเข้มงวด ในขณะที่หลังปี ค.ศ. 2012 ธนาคารได้รับอิสระในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสภาพตลาด ซึ่งส่งผลให้การแข่งขันและการดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเปิดเสรีดังกล่าวช่วยยกระดับการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และบุคคลทั่วไป—ซึ่งเป็นผู้รับเงินโอนจากต่างประเทศเป็นหลัก—อย่างมีนัยสำคัญ โดยส่งเสริมให้ธนาคารพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบเฉพาะเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เมื่อการปล่อยสินเชื่อภายในประเทศสามารถปรับตัวตามความต้องการได้ดียิ่งขึ้น ครัวเรือนที่รับเงินโอนจากต่างประเทศจึงสามารถแปลงเงินที่ได้รับเข้าสู่การลงทุนเชิงผลิตหรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลให้ “ผลกระทบเชิงพัฒนา” ของกระแสเงินไหลข้ามพรมแดนมีความชัดเจนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สำหรับธุรกิจบริการโอนเงินจากต่างประเทศ การปฏิรูปเหล่านี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นกับธนาคารที่ได้รับอนุญาตและสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาชุมชน (microfinance institutions) โดยอัตราดอกเบี้ยที่โปร่งใสและขับเคลื่อนโดยตลาดมากขึ้น รวมทั้งกรอบการตรวจสอบประวัติผู้ใช้บริการ (KYC) และการป้องกันการฟอกเงิน (AML) ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว ทำให้กระบวนการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการจ่ายเงินให้ผู้รับเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการโอนและระยะเวลาการดำเนินการลดลงสำหรับผู้ใช้ปลายทาง

แม้จะยังคงมีความท้าทาย เช่น ความไม่เท่าเทียมกันของการเข้าถึงสาขาธนาคารทั่วประเทศ และระดับการรู้ด้านดิจิทัลที่ยังต่ำอยู่ แต่การปฏิรูปปี ค.ศ. 2012 ได้วางรากฐานที่สำคัญยิ่งต่อการผนวกการโอนเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบการเงินทางการของเมียนมา ธุรกิจที่สามารถใช้ประโยชน์จากภูมิทัศน์ที่กำลังพัฒนานี้ได้ จะได้รับประโยชน์จากการสร้างความเชื่อมั่นที่สูงขึ้น ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และโอกาสในการนำเสนอ “บริการทางการเงินเสริมมูลค่า” ควบคู่ไปกับบริการโอนเงิน

รายได้จากการท่องเที่ยว (ก่อนและหลังการระบาดของโรคโควิด-19) ส่งผลต่ออุปสงค์เงินกีyat อย่างไร และปริมาณการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเฉลี่ยที่สนามบินย่างกุ้งมีค่าเท่าใด?

ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ภาคการท่องเที่ยวของเมียนมา มีส่วนสำคัญต่ออุปสงค์เงินกีyat โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD), ยูโร (EUR) และดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1.2–1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศเหล่านี้สนับสนุนสภาพคล่องของเงินกีyat และช่วยรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดระหว่างธนาคาร

หลังการระบาดของโรคโควิด-19 รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงมากกว่า 90% ในช่วงปี ค.ศ. 2020–2022 ส่งผลให้ปริมาณการแปลงสกุลเงินต่างประเทศผ่านท่าอากาศยานลดลงอย่างฉับพลัน แม้การฟื้นตัวจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี ค.ศ. 2023 แต่ปริมาณยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาด โดยเฉลี่ยเพียง 450,000–650,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวันที่ท่าอากาศยานย่างกุ้ง ทำให้เกิดช่องว่างในการจัดหาเงินกีyat อย่างต่อเนื่องและเพิ่มความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

ภาวะขาดแคลนนี้ส่งผลให้ประเทศพึ่งพากระแสเงินส่งกลับจากแรงงานเมียนมาที่ทำงานต่างประเทศมากขึ้นอย่างเด่นชัด ซึ่งเป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศที่มีเสถียรภาพและสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ มีแรงงานเมียนมาในต่างประเทศกว่า 2.5 ล้านคน ส่งเงินกลับบ้านโดยประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี (ธนาคารโลก ปี ค.ศ. 2023) ทำให้เงินส่งกลับคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 65% ของกระแสเงินตราต่างประเทศที่เข้าสู่ระบบทางการทั้งหมด — สูงกว่าสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน

สำหรับธุรกิจบริการส่งเงินกลับ แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง: ช่องทางที่รวดเร็ว ค่าใช้จ่ายต่ำ และสอดคล้องตามกฎหมายกำลังได้รับความต้องการสูง ดังนั้น การร่วมมือกับธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตและการผสานระบบการชำระเงินผ่านมือถือ (mobile money) จะช่วยให้การแปลงสกุลเงิน USD เป็นกีyat เป็นไปอย่างราบรื่น — ตอบโจทย์ความต้องการเร่งด่วนของครัวเรือน ขณะเดียวกันก็สนับสนุนเสถียรภาพของตลาดเงินตราต่างประเทศระดับประเทศ

การปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการส่งเงินกลับไม่เพียงแต่สร้างผลกำไรเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม อันเนื่องมาจากขณะที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างช้า ๆ การชำระเงินข้ามพรมแดนที่เชื่อถือได้จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของเงินตราต่างประเทศ ช่วยเสริมพลังให้ครอบครัว และเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางการเงินของประเทศเมียนมา

ปัจจัยหลักใดที่ขับเคลื่อนแนวโน้มการลดค่าของจ๊าตพม่าตั้งแต่ปี 2015 — นโยบายการเงิน ภาวะขาดดุลงบประมาณ การขาดดุลการค้า หรือการไหลออกของทุน?

ตั้งแต่ปี 2015 สกุลเงินจ๊าตพม่า (MMK) ได้ประสบกับการลดค่าอย่างต่อเนื่อง—ลดลงกว่า 100% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแนวโน้มนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าที่ครอบครัวของแรงงานพม่าในต่างประเทศจะได้รับผ่านบริการส่งเงินกลับประเทศ ปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ภาวะขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง การขาดดุลการค้าที่ขยายตัว และการไหลออกของทุนอย่างต่อเนื่อง—ซึ่งเร่งความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังปี 2021 จากความไม่แน่นอนทางการเมืองและความเชื่อมั่นที่ลดลงของนักลงทุนต่างชาติ

นโยบายการเงินมีบทบาทรองแต่ส่งผลสะสม: ธนาคารกลางพม่าประสบความยากลำบากในการรักษาระดับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องควบคุมอัตราเงินเฟ้อและสภาพคล่อง ทำให้ความสามารถในการสร้างเสถียรภาพให้กับสกุลเงินจ๊าตจำกัดลง ทั้งนี้ ยอดนำเข้ามีแนวโน้มสูงกว่ายอดส่งออกอย่างต่อเนื่อง—ส่งผลให้ความต้องการดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นและกดดันทุนสำรอง—ขณะที่การไหลออกของทุนแบบไม่เป็นทางการเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากภายใต้ช่องว่างด้านกฎระเบียบและการควบคุมสกุลเงิน

สำหรับผู้ให้บริการส่งเงิน ความผันผวนนี้ย้ำเตือนถึงความจำเป็นในการให้อัตราแลกเปลี่ยนที่โปร่งใสและทันเวลาจริง รวมทั้งช่องทางการโอนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ การส่งเงินในรูปดอลลาร์สหรัฐฯ หรือผ่านช่องทางที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการสามารถช่วยลดความสูญเสียจากกรณีการลดค่าสกุลเงินอย่างฉับพลันได้ ทั้งนี้ การร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีการเงิน (fintech) ที่ได้รับใบอนุญาต และการผสานระบบการชำระเงินผ่านมือถือ (mobile money) ยังช่วยเพิ่มความเร็วและความคาดการณ์ได้ของการโอนเงิน—ซึ่งมีความสำคัญยิ่งเมื่อทุกจ๊าตมีคุณค่าต่อครอบครัวที่พึ่งพาเงินรายได้จากต่างประเทศ

การติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคอย่างต่อเนื่องช่วยเสริมศักยภาพให้ธุรกิจส่งเงินสามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างเหมาะสม และปรับปรุงแบบจำลองการกำหนดราคาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า ท่ามกลางภูมิทัศน์การเงินของพม่าที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ความยืดหยุ่นเริ่มต้นจากการเข้าใจแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อสกุลเงินจ๊าต—and การนำเสนอโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคง

 

 

"เกี่ยวกับ Panda remit

Panda Remit มุ่งมั่นที่จะให้บริการแก่ผู้ใช้ทั่วโลกที่สะดวกสบายปลอดภัยเชื่อถือได้และราคาไม่แพง การโอนเงินข้ามพรมแดนออนไลน์
ขณะนี้มีบริการการโอนเงินระหว่างประเทศจากกว่า 30 ประเทศ/ภูมิภาคทั่วโลกให้บริการแล้วรวมถึงญี่ปุ่นฮ่องกงยุโรปสหรัฐอเมริกาออสเตรเลียและตลาดอื่น ๆ และได้รับการยอมรับและเชื่อถือได้จากผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลก
เยี่ยมชม เว็บไซต์ทางการของ Panda Remitหรือดาวน์โหลดPanda Remit Appเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลการโอนเงิน

更多